กินเปรี้ยวให้ปลอดภัยในช่วงร้อน “มะนาวแพง
posted on 04 Jul 2009 11:31 by foods-thai|
|
|
น่าร้อนปีนี้มาเร็วกว่าที่เคย สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้หลายคนเกิดอาการเบื่ออาหาร และหากทานอาหารที่ไม่สะอาด หรือ รับประทานอาหารรสจัดก็อาจเป็นเหตุทำให้ท้องเสีย และป่วยได้ ควรเลือกซื้อน้ำมะนาวเทียมจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และเลือกซื้อที่มีฉลากอาหาร
สำหรับราคามะนาวในบางตลาดในกรุงเทพฯ ผลละ 5-6 บาท แม้ว่าราคาที่กรมการค้าภายในเก็บสถิติจะอยู่ที่ประมาณผลละ 4 บาท เพราะราคาที่กรมการค้าภายในเก็บสถิติเป็นราคาเฉลี่ยโดยรวม ไม่ใช่ราคาแท้จริงของแต่ละตลาด หากเปรียบเทียบราคามะนาวเบอร์ 1-2 ปัจจุบันซึ่งจำหน่ายอยู่ระหว่าง 4-6 บาท จากต้นปีราคาผลละ 1.88 บาท ผลผลิตมะนาวออกสู่ตลาดน้อยลง ทำให้ราคามะนาวพุ่งขึ้นไปถึงผลละ 7-10 บาท พ่อค้าแม่ค้าจึงหันมาใช้ “น้ำมะนาวเทียม” กัน เนื่องจากมีราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย ผู้บริโภคอย่างเราๆ คงจะหลีกเลี่ยงไม่พ้น วันนี้มารู้จักน้ำมะนาวเทียมกันค่ะ น้ำมะนาวเทียมทำได้โดยนำผลมะนาวมาคั้นเอาแต่น้ำ กรองเนื้อและสิ่งสกปรกออกไป จากนั้นนำมาผสมกับน้ำและส่วนผสมอื่นๆ เช่น กรดซิตริก หรือที่ชาวบ้านเรียกกันง่ายๆ ว่า กรดมะนาว โดยอัตราส่วนนั้นก็แล้วแต่ผู้ผลิต ตัวอย่างเช่น น้ำมะนาว 30% ก็คือมีน้ำมะนาวแท้ 30% ผสมกับน้ำและส่วนผสมอื่นๆ อีก 70% และมีการแต่งสี แต่งกลิ่น ให้ใกล้เคียงน้ำมะนาวธรรมชาติ ปัจจุบันมะนาวมีราคาสูงขึ้น ประกอบกับการนำมะนาวแท้มาเป็นส่วนผสม ทำให้เกิดความล่าช้าในการผลิต ยิ่งในช่วงที่ผลผลิตมีน้อยก็อาจจะป้อนตลาดไม่ทัน ผู้ผลิตจึงหันมาใช้กรดมะนาวล้วนๆ โดยไม่มีน้ำมะนาวแท้เจือปนอยู่เลย การผลิตน้ำมะนาวเทียมโดยใช้กรดมะนาวล้วนๆ จะต้องนำกรดมะนาวมาเจือจาง โดยให้มีค่าความเป็นกรด-ด่างใกล้เคียงกับน้ำมะนาวแท้
ที่สำคัญก็คือต้องมีเครื่องหมาย อย. และเลขที่ อย. ซึ่งหมายถึงได้รับการรับรองคุณภาพจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อให้ได้น้ำมะนาวเทียมที่มีคุณภาพไว้บริโภคอย่างปลอดภัย ควรใช้น้ำมะนาวเทียมเมื่อจำเป็นเท่านั้น เพราะในเชิงโภชนาการและความปลอดภัยแล้วการใช้น้ำมะนาวแท้ หรือดัดแปลงใช้ผลไม้รสเปรี้ยวชนิดอื่นแทนมะนาว เช่น มะม่วงเปรี้ยว มะดัน ตะลิงปลิง มะขามอ่อน หรือมะขามเปียก จะได้คุณค่าทางโภชนาการและรสชาติที่ดีกว่าการใช้สารเคมีล้วนๆ อย่างน้ำมะนาวเทียม ควรเลือกซื้อมะนาวเทียมต้องระวัง ผลิตไม่ปลอดภัยอาจระคายเคืองกระเพาะ ท้องร่วง ชี้ปนเปื้อนสารซัลฟูริกและไฮโดรคลอริก |




